บทที่ 12 กรอก(3)

นั่งรถออกมาไม่นานก็ถึงคอนโดฯหรูระดับห้าดาว ซึ่งมีแต่คนรวยเท่านั้นที่จะซื้อห้องชุดราคาแพงที่อยู่ชั้นบนสุดได้

“ถึงแล้ว ขึ้นไปสิฉันส่งข้อความบอกเขาให้ลงมารับแกแล้ว”

โสภาพรรณบอกลูกสาวโดยที่ไม่หันไปสบตาทอฝันเลยสักนิด เพราะกลัวจะใจอ่อน ได้แต่เม้มปากเข้าหากัน เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้เบา ๆ ตลอดการนั่งรถม

“แม่ไม่ขึ้นไปกับฝันเหรอ”

“แกจะบ้าเหรอ ไม่ต้องพูดมากรีบ ๆ ลงไป” โสภาพรรณตวาดไล่ลูกสาวเสียงแข็ง

ทันทีที่ทอฝันจำใจก้าวขาลงจากรถพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าใบเดียว ประตูก็ถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว โสภาพรรณสั่งให้รถออกตัวทันที ร่างอวบได้แต่มองตามท้ายรถที่ค่อย ๆ ลับสายตาไปด้วยหัวใจที่ปวดหนึบไปหมด

ฝันสูดลมหายใจเข้าปอด เพราะไม่รู้ว่าพอขึ้นไปเธอจะยังมีโอกาสได้หายใจอยู่หรือเปล่า ขาป้อมก้าวไปหยุดอยู่หน้าประตูทางเข้าล็อบบี้ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา เธอรู้สึกตัวลีบเล็กลงทันที เมื่อปะทะเข้ากับสายตาของพนักงานนิติบุคคลและรปภ. ที่มองกวาดตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาคล้ายจะดูถูก

ผู้หญิงอ้วน ๆ แต่งตัวปอน ๆ หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเก่า ๆ มายืนอยู่หน้าคอนโดฯ หรูระดับนี้ ต้องเป็นแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องไหนสักห้อ

ทอฝันรู้สึกอับอายจนต้องก้มหน้าหลบสายตาทิ่มแทงเหล่านั้น

ยืนรออยู่ไม่นาน ร่างสูงของอคิระก็เดินออกจากลิฟต์ตรงมาหาเธอ  สีหน้าของเขาเรียบนิ่ง และเย็นชาจนน่าขนลุก จะมีก็เพียงแค่มุมปากหยัก

ที่ยกขึ้นเล็กน้อย คล้ายจะเยาะเย้ยและสมเพชเธอจนปิดไม่มิด

“มาเร็วกว่าที่คิดนะ นึกว่าจะต้องให้ลากคอมาซะอีก ตามมาสิ หรือต้องให้อุ้มขึ้นไป”

ทอฝันไม่ได้ตอบโต้อะไร เธอทำได้เพียงก้มหน้าก้มตา หิ้วกระเป๋าเดินตามแผ่นหลังกว้างของเขาเข้าไปในลิฟต์

เมื่อประตูห้องชุดสุดหรูถูกเปิดออก อคิระก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวใหญ่ ชายหนุ่มปรายตามองร่างอวบที่ยืนตัวสั่นกุมมือตัวเองอยู่กลางห้องด้วยแววตาขยะแขยง

“ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อยทอฝัน ในเมื่อแม่เธอส่งเธอมาบำเรอฉันแล้ว ก็หัดทำตัวให้มันคุ้มหน่อยสิ”

“คุณคิน  คือฉัน...”

“ฮึ .... สุดท้ายก็เอาตัวเข้าแลกเหมือนแม่ไม่มีผิด สันดานขายตัว แลกความสบาย มันคงส่งต่อมาทางสายเลือดสินะ ถึงได้ยอมรับข้อตกลงแล้วมาหาถึงที่นี่”

ความอดทนที่กักเก็บมานานขาดลง ทำให้ทอฝันเงยหน้าขึ้นจ้องตอบ คนเจ้าเนื้อพุ่งเข้าไปหาชายหนุ่ม มือหนาง้างขึ้นสุดแขนก่อนจะฟาดลงบนใบหน้าหล่ออย่างเต็มแรง

เพี๊ยะ!

เสียงฝ่ามือกระทบผิวแก้มดังลั่นห้อง หน้าของอคิระหันไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือแดงเถือกปรากฏขึ้นทันที

“หยุดดูถูกฉันกับแม่เดี๋ยวนี้นะ ฉันยอมมาที่นี่เพื่อชดใช้ความผิด ไม่ได้มาให้คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรี” ทอฝันตะคอกทั้งน้ำ

อคิระหันกลับมาช้า ๆ ดวงตาคมกริบนั้นวาวโรจน์ไปด้วยความแค้น ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พุ่งเข้าคว้าไหล่ทั้งสองข้างของร่างอวบแล้วออกแรงเขย่าอย่างรุนแรงจนทอฝันหัวสั่นหัวคลอน

“ศักดิ๋ศรีเหรอ คนอย่างพวกเธอมีศักดิ์ศรีด้วยเหรอ! แล้วที่ตอบหน้าฉันเมื่อกี้ คิดว่าตบแล้วฉันจะจับเธอจูบเหมือนในละครน้ำเน่าหรือไง!”

ชายหนุ่มตะคอกกลับเสียงดัง มือหนานั้นบีบหัวไหล่แน่นกว่าเดิมจนแทบแหลกคามือ

“ปล่อยฉันนะ! ฉันเจ็บ”

“จะบอกอะไรให้นะ เธอไม่ได้มีทางได้ขึ้นเตียงหรอก นางบำเรอที่ฉันหมายถึง คือเอาเธอมาทรมานทั้งเป็น ไมได้เอามาทำเมีย ไม่ได้เอามานอนบนเตียงอย่างที่คิดหรอกนะ สภาพอ้วน ๆ น่าขยะแขยงแบบนี้ ฉันเอาไม่ลง!

คพูดกรีดแทงหัวใจทำเอาทอฝันจุกอยู่ลำคอ ก่อนจะถูกอคิระผลักให้ล้มลงไปกองกับพื้น แล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์คว้าขวดเหล้าดีกรีแรงขึ้นมาเปิดฝาออก

“ในเมื่อเธอชอบกินเหล้านัก ชอบเมาแล้วขับจนชนคนอื่นตาย วันนี้ฉันก็จะให้เธอกินให้สมใจ”

ทอฝันเบิกตากว้างสุดขีดเมื่อเห็นขวดเหล้าในมือเขา ความหวาดกลัวพุ่งขึ้นมาเมื่อเห็นขวดเหล้า ก่อนจะร่นถอยหลังเพื่อหาทางหนี

“อย่านะ! คุณคิน อย่า! ฉันกินไม่ได้”

“ทำไมจะกินไม่ได้ ทีวันนั้นเธอยังเมาแอ๋ จนขับรถชนแฟนฉันตาย กินเข้าไป!”

อคิระกระชากผมของทอฝันให้แหงนหน้าขึ้นอย่างโหดร้าย หญิงสาวอ้าปากจะร้องห้าม แต่พูดได้เพียงแค่คำว่า ‘อย่า’ เท่านั้น ปลายขวดเหล้าถูกยัดเข้ามากระแทกริมฝีปาก น้ำเมาสีอำพันรสชาติบาดคอถูกกรอกเทลงมาอย่างรุนแรง

“อึก ... แค่ก ๆ อื๊อออ!”

ทันทีที่เขาปล่อยมือ ร่างอวบก็ฟุบลงกับพื้น พยายามล้วงคออาเจียนเพื่อเอาเหล้าออกมา ความปวดแสบปวดร้อนแล่นริ้วลงไปตามคอ เพียงไม่ถึงนาที ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ทำปฏิกิริยากับร่างกายก็แสดงผล ผิวเนื้อขาวซีดของทอฝันเริ่มเห่อแดงก่ำราวกับถูกน้ำร้อนลวก ผื่นแดงขนาดใหญ่ลามตั้งแต่ลำคอ ขึ้นมาถึงใบหน้าและแขนทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว

“ฮึก! ...ชะ ... ช่วย ... ด้วย”

ทอฝันยกมือขึ้นกุมลำคอตัวเอง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความทรมาน หลอดลมของเธอเริ่มตีบตัน อาการบวมทำให้เธอหายใจไม่ออก ร่างอวบดิ้นทุรนทุราย อ้าปากพะงาบ ๆ หอบเอาอากาศเข้าปอดแต่ก็ไม่เป็นผล เสียงหายใจดังวี้ด ๆ ดูน่ากลัว ก่อนที่ร่างอ้วนจะกระตุกเกร็ง และล้มพับฟุบลงไปนอนปวกเปียกหมดสติอยู่บนพื้นห้อง

“อย่ามาตอแหลทอฝัน สำออยเก่งนักนะ บีบน้ำตาทำเป็นหายใจไม่ออก คิดว่าฉันจะสงสารเหรอ ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนอนแน่นิ่ง ชายหนุ่มจึงใช้ปลายเท้าเขี่ยเบาๆ ที่ท่อนแขน

“ฉันบอกให้ลุกไง! อย่ามาเล่นละคร ฉันไม่หลงกลเธอหรอก”

แต่ร่างที่ถูกเขี่ยกลับร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วงราวกับตุ๊กตายัดนุ่น ไร้ซึ่งการตอบสนองใด ๆ อคิระขมวดคิ้วยุ่ง เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ชายหนุ่มย่อตัวลงไปนั่งชันเข่า ก่อนจะจับพลิกตัวทอฝันให้นอนหงาย

“เฮ้ย!”

ใบหน้าของทอฝันแดงเถือกจนน่ากลัว ริมฝีปากสีสดยามนี้ม่วงคล้ำ ลำคอและใบหน้าบวมเป่ง ผิวหนังเต็มไปด้วยผื่นแดงเห่อไปทั่วทั้งตัว และที่สำคัญ... หน้าอกของเธอไม่ได้ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ

“ทอฝัน! ทอฝัน! ตื่นสิ”

อคิระตบหน้าหญิงสาวเบา ๆ เพื่อเรียกสติ แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ ความโกรธแค้นที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่พุ่งเข้ามาเกาะกุมหัวใจ เขาไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเธอ เขาแค่อยากทรมานเธอเท่านั้น

ถ้ายัยนี่ตายไปจริง ๆ ความผิดนี้คงติดตัวเขาไปตลอดชีวิต และเขาเองนั่นแหละที่เป็นฆาตกร

“โธ่เว้ย!”

ชายหนุ่มสบถ ก่อนจะสอดแขนเข้าใต้ข้อพับและแผ่นหลัง ช้อนร่างอวบที่ไร้สติขึ้นมาอุ้มแนบอกอย่างรวดเร็ว แม้จะหนักแต่ความร้อนรนทำให้เขามีเรี่ยวแรงมหาศาล อคิระวิ่งหน้าตั้งออกจากห้อง พุ่งตรงไปยังลิฟต์

“อย่าเพิ่งตายนะ เธอจะมาตายง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ ทอฝัน!”

อคิระพึมพำเหมือนคนเสียสติ มือหนากระชับร่างที่ปวกเปียกและร้อนผ่าวของทอฝันไว้แน่น ทันทีที่ลงมาถึงลานจอดรถ เขาเปิดประตูรถสปอร์ต วางร่างของเธอลงบนเบาะข้างคนขับอย่างระมัดระวังที่สุด ก่อนจะรีบวิ่งอ้อมไปฝั่งคนขับ สตาร์ทรถและเหยียบคันเร่งพุ่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดด้วยความเร็วที่สามารถจะเหยียบได้...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป